plasma

ไม่เฉพาะวงการอสังหาและรถยนต์เท่านั้นที่ได้รับผลจากพิษเศรษฐกิจโลก ล่าสุดนี้ แม้แต่วงการ CE (Consumer Electronic) ก็กำลังแสดงอาการเจ็บป่วยออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ในวงการทีวี ตั้งแต่ Sony, Samsung และ Panasonic แต่ที่ช็อกวงการที่สุด เห็นจะเป็น Pioneer สำนักงานใหญ่ (ประเทศญี่ปุ่น) ที่ประกาศจะเลิกทำธุรกิจเกี่ยวกับทีวีอย่างสิ้นเชิง

จากยอดรวมของปี 2008 ที่ผ่านมา Pioneer เป็นผู้ผลิตแผงพลาสมาป้อนให้กับตลาดของผู้ประกอบ Plasma-TV ในปริมาณที่มากเป็นอันดับ 4 ของโลก (มากที่สุดคือ Panasonic 36%, อันดับสองคือ Samsung SDI 29%, อันดับสามคือ LGE 27% ที่เหลือประมาณ 8% คือสัดส่วนของไพโอเนียร์กับฮิตาชิรวมกัน)

แม้ว่าจะมีปัญหาจากพิษเศรษฐกิจโลก แต่ก็ยังคงเห็นสัญญาณดีๆ เกี่ยวกับ Plasma-TV อยู่บ้าง จากรายงานทางด้านส่วนแบ่งตลาดทีวีโดยรวมของ Plasma-TV (โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Full HD 1080p) ในช่วง 4 เดือนหลังของปี 2008 เพิ่มสูงขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับปี 2007 ซึ่ง Panasonic เป็นผู้นำที่ได้ส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด ส่งผลให้สถานภาพการแข่งขันของ Plasma-TV เมื่อเทียบกับ LCD-TV ดูดีขึ้นกว่าปี 2007 ทำให้บรรดานักวิเคราะห์ในวงการ CE ต่างประเมินกันว่า Plasma-TV ยังน่าจะยืนยาวไปได้อีกสักระยะหนึ่ง อย่างน้อยก็ 1-2 ปีจากนี้ไป ด้วยเหตุผลสนับสนุน 3 ประการหลักๆ คือ

– Panasonic เป็นผู้ผลิต Plasma-TV เจ้าใหญ่ของโลกได้ลงทุนกับเทคโนโลยีนี้ไปมากแล้ว น่าจะยังคงต่อสู้ต่อไป

– เมื่อไพโอเนียร์และฮิตาชิ วางแผนจะลามือจากการผลิตแผงพลาสมา ส่วนแบ่งตลาดที่ทั้งสองบริษัทมีอยู่ก็น่าจะตกไปเป็นของอีก 3 บริษัทที่เหลือ

– จนถึงปัจจุบันต้องยอมรับว่า Plasma-TV ยังคงเป็นเทคโนโลยีเดียวที่ให้คอนทราสต์-เรโชของภาพดีที่สุด เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ แม้ว่า LCD/LED backlight จะสามารถเทียบเคียงได้ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า อย่างต่ำก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3-4 ปีกว่าที่ LCD/LED backlight จะสามารถพัฒนาต้นทุนการผลิตลงมาสู้ราคากับ Plasma-TV ได้

Pin It on Pinterest

Share This